กลับไปหน้าบทความ
Web Development28 มี.ค. 256910 นาที

Shopee vs เว็บไซต์ตัวเอง — เปิดร้านออนไลน์แบบไหนดีกว่า?

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียระหว่างขายของบน Shopee กับสร้างเว็บไซต์ร้านค้าตัวเอง SME ไทยควรเลือกแบบไหน หรือทำทั้งสองได้?

Shopee vs own website comparison for Thai SME — CherCode

SME ไทยที่อยากเปิดร้านออนไลน์มักเจอคำถามนี้: "ควรขายบน Shopee หรือสร้างเว็บไซต์ร้านค้าตัวเอง?" คำตอบไม่ได้ตรงไปตรงมาเพราะทั้งสองทางมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกัน Shopee ให้ Traffic พร้อมใช้แต่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของลูกค้า เว็บไซต์ตัวเองให้ Freedom เต็มที่แต่ต้องหาลูกค้าเอง บทความนี้เปรียบเทียบทุกมิติเพื่อช่วย SME ไทยตัดสินใจ — และบอกเลยว่าทำทั้งสองพร้อมกันก็ได้

ขายบน Shopee — ข้อดีและข้อเสีย

Shopee เป็น Marketplace อันดับ 1 ในไทย มีคนเข้าใช้หลายสิบล้านคนต่อเดือน เปิดร้านฟรีและเริ่มขายได้ทันที

  • ข้อดี: Traffic มาให้ฟรี — ไม่ต้องทำ SEO ไม่ต้องยิง Ads เอง มีคนเข้ามาดูสินค้าทันทีที่ลงขาย
  • ข้อดี: เปิดร้านฟรี — ไม่มีค่าสมัคร ไม่มีค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะเมื่อขายได้
  • ข้อดี: ระบบพร้อมใช้ — Payment, Shipping, Chat มีให้ครบ ไม่ต้องสร้างเอง
  • ข้อเสีย: ค่าคอมมิชชั่น 3-6% — ขายได้ 100 บาท Shopee หัก 3-6 บาท สะสมเป็นเงินก้อนใหญ่
  • ข้อเสีย: แข่งราคาสูงมาก — ร้านอื่นขายของเหมือนกัน ลูกค้า Sort ราคาต่ำสุด กำไรบาง
  • ข้อเสีย: ไม่มี Brand Identity — ร้านทุกร้านดูเหมือนกัน ลูกค้าจำ Shopee ไม่ได้จำร้านคุณ
  • ข้อเสีย: Data เป็นของ Shopee — คุณไม่ได้ Email/เบอร์ลูกค้า ทำ CRM ไม่ได้ ทำ Remarketing ไม่ได้
  • ข้อเสีย: กฎเปลี่ยนตลอด — Shopee อาจเปลี่ยนค่าคอม เปลี่ยน Algorithm เปลี่ยนนโยบาย คุณควบคุมไม่ได้

สร้างเว็บไซต์ร้านค้าตัวเอง — ข้อดีและข้อเสีย

เว็บไซต์ E-commerce ของคุณเอง เป็นพื้นที่ที่คุณเป็นเจ้าของ 100% ออกแบบได้ตามใจ เก็บ Data ลูกค้าได้ทั้งหมด

  • ข้อดี: ไม่มีค่าคอมมิชชั่น — กำไรเต็มทุกบาท Payment Gateway คิดแค่ 2.5-3.5% (น้อยกว่า Shopee)
  • ข้อดี: สร้าง Brand ได้ — ออกแบบ Look & Feel ตามแบรนด์ ลูกค้าจำร้านคุณได้ ไม่ใช่จำ Shopee
  • ข้อดี: เก็บ Data ลูกค้าได้ — Email, เบอร์โทร, ประวัติซื้อ ทำ CRM, Email Marketing, Remarketing ได้
  • ข้อดี: SEO ได้ — เว็บคุณขึ้น Google ได้ ลูกค้าค้นหาแล้วเจอร้านคุณโดยตรง
  • ข้อดี: ความยืดหยุ่นสูง — อยากทำ Subscription, Loyalty Program, Custom Features ก็ทำได้
  • ข้อเสีย: ต้องหา Traffic เอง — ต้องทำ SEO, Content Marketing, Social Media, Ads เอง
  • ข้อเสีย: มีค่าพัฒนา — ต้องจ้างสร้างเว็บ มีค่า Hosting รายเดือน (แต่เป็นการลงทุนระยะยาว)
  • ข้อเสีย: ต้องจัดการ Payment & Shipping — ต้อง Integrate Payment Gateway และ Shipping API เอง

ตารางเปรียบเทียบ 10 ด้าน

เปรียบเทียบ Shopee กับเว็บไซต์ตัวเองแบบ Side-by-side ทุกมิติ

หัวข้อShopeeเว็บไซต์ตัวเอง
ค่าเริ่มต้นฟรี5,000-60,000 บาท (ครั้งเดียว)
ค่าคอมมิชชั่น3-6% ต่อออเดอร์0% (Payment Gateway 2.5-3.5%)
Brand Identityไม่มี — ดูเหมือนร้านอื่นเต็มที่ — ออกแบบตามแบรนด์
Data ลูกค้าเป็นของ Shopeeเป็นของคุณ 100%
SEOทำไม่ได้ทำได้เต็มที่
ความยืดหยุ่นจำกัดตาม Shopee Templateไม่จำกัด — Custom ได้ทุกอย่าง
ลูกค้าซ้ำ (Retention)ยาก — ลูกค้าเปรียบเทียบทุกครั้งง่าย — CRM + Email Marketing
Payment OptionsShopee Pay, บัตรเครดิต, CODทุกช่องทาง + Installment, Subscription
ต้นทุนรายเดือนค่าคอมฯ สะสม (ไม่จำกัด)Hosting 0-500 บาท (คงที่)
ความเป็นเจ้าของShopee เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มคุณเป็นเจ้าของ 100%

ใครเหมาะกับอะไร?

ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของธุรกิจคุณ

  1. 1.เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีลูกค้า → เริ่มที่ Shopee เพราะ Traffic มาให้ฟรี ลงทุนน้อย เรียนรู้ตลาดก่อน
  2. 2.มีลูกค้าประจำแล้ว มี Brand → สร้างเว็บตัวเอง เพราะลูกค้ารู้จักคุณแล้ว ไม่ต้องพึ่ง Shopee หัก Commission
  3. 3.ดีที่สุด → ทำทั้งสอง ใช้ Shopee เป็นช่องทางเพิ่ม แต่ดึงลูกค้ากลับมาที่เว็บ ใช้เว็บเป็น Hub หลัก

ทำทั้ง Shopee + เว็บไซต์ตัวเอง ได้อย่างไร?

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ ใช้ทั้งสองช่องทางพร้อมกัน โดยใช้เว็บไซต์เป็น Hub หลักและ Shopee เป็น Channel เสริม

  1. 1.ใช้ Shopee ดึงลูกค้าใหม่ — ลูกค้าเจอสินค้าคุณบน Shopee แล้วรู้จักแบรนด์
  2. 2.ใส่ลิงก์เว็บในร้าน Shopee — Bio, รูปสินค้า, แพ็กเกจ ใส่ลิงก์กลับมาเว็บ
  3. 3.ให้ส่วนลดพิเศษบนเว็บ — ลูกค้าซื้อบนเว็บได้ราคาดีกว่า (เพราะไม่มีค่าคอมฯ)
  4. 4.เก็บ Data จากเว็บ — เก็บ Email ลูกค้าจากเว็บ ทำ Email Marketing ส่งโปรโมชั่น
  5. 5.SEO บนเว็บ — ทำ Content + SEO ให้ Google ส่งลูกค้ามาที่เว็บโดยตรง ไม่ต้องพึ่ง Shopee

💡ระยะยาว เว็บไซต์ตัวเองจะ ลดค่า Commission, สร้าง Brand, และเก็บ Data ได้ ถ้าทำ Shopee อย่างเดียว คุณกำลังสร้างธุรกิจบนที่ดินคนอื่น

CherCode สร้างเว็บ E-commerce เริ่ม 6,500 บาท

CherCode ให้บริการสร้างเว็บ E-commerce สำหรับ SME ไทย เริ่มต้นที่ 6,500 บาท รวม Product Catalog, Shopping Cart, Payment Gateway (PromptPay, บัตรเครดิต), Shipping Integration, SEO พื้นฐาน และ Mobile-Responsive ทุกเว็บสร้างด้วย Next.js โหลดเร็วกว่า WordPress 3 เท่า คุณเป็นเจ้าของ Source Code 100% ปรึกษาฟรีที่ chercode.com/contact ดูราคาเว็บทุกประเภท

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

Shopee คิดค่าคอมมิชชั่นเท่าไหร่ในปี 2026?

ค่าคอมมิชชั่น Shopee ในปี 2026 อยู่ที่ 3-6% ต่อออเดอร์ ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้าและประเภทร้าน (Shopee Mall สูงกว่า) นอกจากนี้ยังมีค่า Payment Processing และค่า Ads ถ้ายิง Shopee Ads สะสมแล้วอาจสูงถึง 8-15% ต่อออเดอร์

สร้างเว็บ E-commerce ใช้เวลานานแค่ไหน?

เว็บ E-commerce พื้นฐาน (Product Catalog + Cart + Payment) ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ เว็บที่ซับซ้อนกว่า (Custom Features, Inventory Management, Multi-vendor) ใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ CherCode ส่งมอบเว็บ E-commerce เริ่มต้นภายใน 2 สัปดาห์

ถ้ามีร้าน Shopee อยู่แล้ว ควรทำเว็บเพิ่มไหม?

ควรมาก ถ้ายอดขายบน Shopee เกิน 30,000 บาทต่อเดือน ค่าคอมฯ ที่จ่ายสามารถนำมาลงทุนสร้างเว็บได้แล้ว เว็บจะช่วยลดค่าคอมฯ ระยะยาว สร้าง Brand และเก็บ Data ลูกค้าได้ ทำทั้งสองพร้อมกันคือกลยุทธ์ที่ดีที่สุด

เว็บ E-commerce ต้องมี SSL Certificate ไหม?

ต้องมีแน่นอน SSL (HTTPS) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเว็บ E-commerce ทุกเว็บ เพราะ 1) ปกป้องข้อมูลลูกค้า 2) Google ให้อันดับเว็บ HTTPS สูงกว่า 3) Browser แสดง "Not Secure" ถ้าไม่มี SSL ทำให้ลูกค้าไม่กล้าซื้อ เว็บที่ CherCode สร้างมี SSL ฟรีทุกเว็บ (ผ่าน Vercel/Cloudflare)

แชร์:

Cher — CherCode

Full-Stack Developer & Founder

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์กว่า 5 ปีด้าน Web Development, AI Integration และ Automation เชี่ยวชาญ Next.js, React, n8n และ LLM Integration ผู้ก่อตั้ง CherCode ให้บริการพัฒนาระบบสำหรับธุรกิจไทย

บริการที่เกี่ยวข้อง

บริการรับทำเว็บ E-commerce

ดูรายละเอียด