กลับไปหน้าบทความ
Web Development27 มี.ค. 256912 นาที

ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่? เปรียบเทียบทุกแบบ ฉบับปี 2026

เปรียบเทียบราคาทำเว็บไซต์ทุกประเภทในไทย ปี 2026 — ตั้งแต่ทำเอง, จ้าง Freelancer, Agency จนถึง Developer Studio พร้อมตารางราคา ค่าใช้จ่ายแฝง และวิธีเลือกให้เหมาะกับงบ

เปรียบเทียบราคาทำเว็บไซต์ทุกประเภท ฉบับปี 2026 — CherCode

"ทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่?" เป็นคำถามที่พบบ่อยที่สุดเมื่อเจ้าของธุรกิจเริ่มคิดจะมีเว็บไซต์ของตัวเอง คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับ — ขึ้นอยู่กับประเภทเว็บไซต์ เทคโนโลยีที่ใช้ จำนวนฟีเจอร์ และขอบเขตงานทั้งหมด เว็บ Landing Page หน้าเดียวอาจเริ่มต้นที่ 0 บาท (ทำเอง) ขณะที่ Web Application ระดับองค์กรอาจสูงถึงหลักแสนบาท บทความนี้จะพาคุณดูทุกทางเลือก เปรียบเทียบราคาแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจว่า งบเท่าไหร่ ควรเลือกแบบไหน เราจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นส่วนๆ เปรียบเทียบแต่ละทางเลือก และเปิดเผย Hidden Costs ที่หลายคนมักลืมคิดถึง

ค่าใช้จ่ายทำเว็บไซต์ มีอะไรบ้าง?

ก่อนจะดูราคารวม เรามาแยกส่วนประกอบของค่าใช้จ่ายทำเว็บไซต์กันก่อน เพื่อให้เข้าใจว่าเงินที่จ่ายไป ถูกแบ่งไปอยู่ตรงไหนบ้าง หลายคนเข้าใจผิดว่าค่าทำเว็บคือแค่ค่า Coding แต่จริงๆ แล้วมีค่าใช้จ่ายหลายส่วนที่ต้องคิดรวมเข้าไปด้วย:

  1. 1.ค่าออกแบบ UX/UI — การวาง Layout, สี, ฟอนต์, และ User Flow ให้ลูกค้าใช้งานง่าย ราคาตลาด 3,000-30,000 บาทขึ้นอยู่กับความซับซ้อน เว็บ Template จะรวมอยู่ในราคาแล้ว แต่งาน Custom จะคิดแยก
  2. 2.ค่าพัฒนา (Coding) — การเขียนโค้ดจริง ซึ่งจะต่างกันมากขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี WordPress Plugin-based จะถูกกว่า แต่ Custom Next.js/React จะแพงกว่าเพราะต้อง Code ทุกอย่างเอง แลกกับ Performance ที่ดีกว่ามาก
  3. 3.ค่า Domain (ชื่อเว็บไซต์) — .com ราคาประมาณ 400-600 บาท/ปี, .co.th ราคาประมาณ 800-1,200 บาท/ปี (ต้องมีเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ), .th ราคาประมาณ 1,000-1,500 บาท/ปี Domain คือสิ่งที่ต้องต่ออายุทุกปี ถ้าลืมต่อ เว็บจะเข้าไม่ได้
  4. 4.ค่า Hosting/Server — ที่เก็บไฟล์เว็บไซต์ ราคาตั้งแต่ฟรี (Vercel, Netlify สำหรับเว็บ Static) ไปจนถึง 500-5,000 บาท/เดือน สำหรับ WordPress หรือ Web Application ที่ต้องการ Database
  5. 5.ค่า SSL Certificate — ใบรับรองความปลอดภัย (แสดง https://) ปัจจุบันได้ฟรีจาก Let's Encrypt แต่บาง Hosting คิดค่า SSL ที่ 1,000-3,000 บาท/ปี เว็บไซต์ที่ไม่มี SSL จะถูก Google ลดอันดับ
  6. 6.ค่าดูแลรายปี (Maintenance) — อัปเดต Plugin, แก้ Bug, สำรองข้อมูล, ต่ออายุ Domain/Hosting ราคาตลาด 3,000-20,000 บาท/ปี WordPress ต้องดูแลเยอะกว่าเพราะมี Plugin ที่ต้องอัปเดตบ่อย ขณะที่ Next.js/Static Site แทบไม่ต้องดูแล

💡เคล็ดลับ: ถามผู้ให้บริการเสมอว่าราคาที่เสนอมา รวมค่าอะไรบ้าง และ ค่ารายปีหลังจากส่งมอบงานเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เจอค่าใช้จ่ายแฝงทีหลัง

เปรียบเทียบราคาตามประเภทเว็บไซต์ (ตารางราคา 2026)

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบราคาทำเว็บไซต์แต่ละประเภท ระหว่าง 3 ทางเลือกหลัก: ทำเองด้วย Template/Website Builder, จ้างทำด้วย WordPress และ จ้างทำแบบ Custom ด้วย Next.js (เช่น CherCode) ราคาเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและฟีเจอร์ที่ต้องการ:

ประเภทเว็บไซต์DIY / TemplateWordPressCustom Next.js (CherCode)
Landing Page (หน้าเดียว)0-3,000฿5,000-15,000฿3,900-5,000฿
เว็บบริษัท (Corporate)3,000-8,000฿15,000-35,000฿5,000-19,500฿
เว็บคลินิก / สุขภาพทำไม่ได้ (ฟีเจอร์ไม่พอ)19,900-35,000฿5,000-24,500฿
เว็บร้านอาหาร / คาเฟ่3,000-5,000฿10,000-25,000฿3,900-19,500฿
E-commerce ร้านค้าออนไลน์5,000-15,000฿25,000-60,000฿6,500-34,500฿
Web Application (ระบบภายใน)ทำไม่ได้ทำไม่ได้29,500-75,000฿

📋สังเกตว่า CherCode ตั้งราคาให้แข่งขันได้กับ WordPress — แต่ใช้เทคโนโลยี Next.js ที่ให้ Performance ดีกว่าหลายเท่า ดูรายละเอียดแพ็กเกจทั้งหมดได้ที่ [หน้าบริการเว็บไซต์](/website)

เปรียบเทียบ 5 ทางเลือกในการทำเว็บไซต์

นอกจากเทคโนโลยี สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ รูปแบบการจ้างงาน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพ ราคา และการ Support หลัง Launch อย่างมาก มาดูแต่ละทางเลือกอย่างละเอียด:

ทางเลือกที่ 1: ทำเอง (Wix / Squarespace / Google Sites)

ราคา: ฟรี — 3,000 บาท/ปี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากลองมีเว็บไซต์แบบง่ายๆ ใช้ระบบ Drag-and-Drop ไม่ต้องเขียนโค้ด แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง:

  • Template มีให้เลือกจำกัด เว็บจะหน้าตาเหมือนเว็บอื่นๆ ที่ใช้ Template เดียวกัน
  • SEO จำกัดมาก — ไม่สามารถควบคุม Schema Markup, Robots.txt, หรือ Server-Side Rendering ได้
  • เว็บโหลดช้าเพราะ Builder ยัด JavaScript ของตัวเองเข้ามาเยอะมาก
  • ย้ายออกยากมาก — ถ้าวันหนึ่งอยากเปลี่ยนไปใช้ระบบอื่น ต้องทำเว็บใหม่ทั้งหมด
  • ฟีเจอร์พิเศษ (ระบบนัดหมาย, แชท, ตะกร้าสินค้า) ต้องจ่ายเพิ่ม 500-2,000 บาท/เดือน

⚠️เหมาะกับ: โปรเจกต์ส่วนตัว, ทดลองไอเดีย ไม่เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการ SEO จริงจัง หรือต้องการ Custom ฟีเจอร์

ทางเลือกที่ 2: จ้าง Freelancer (Fastwork / Facebook Group)

ราคา: 1,500-30,000 บาท ช่วงราคากว้างมากเพราะคุณภาพของ Freelancer ต่างกันมหาศาล ตั้งแต่นักศึกษาที่เพิ่งเรียน WordPress ไปจนถึง Developer มืออาชีพ ข้อดีคือราคาถูก แต่มีความเสี่ยงสูง:

  • คุณภาพไม่แน่นอน — ต้องดู Portfolio และรีวิวจริงๆ Freelancer บางคนรับงานเกินกำลังแล้วส่งงานช้า
  • ไม่มี Support หลัง Launch — ส่งงานเสร็จก็จบ ถ้ามีปัญหาทีหลังต้องจ้างใหม่หรือหาคนอื่นมาแก้
  • ไม่มีเอกสารและ Source Code ที่ชัดเจน — บาง Freelancer ไม่ส่ง Source Code ให้ ทำให้คุณต้องพึ่งเขาตลอด
  • ความเสี่ยงหายไปเลย — Freelancer บางคนรับเงินแล้วติดต่อไม่ได้ ต้องใช้ระบบ Escrow ของ Fastwork เพื่อป้องกัน

ทางเลือกที่ 3: จ้าง Agency (บริษัทรับทำเว็บขนาดใหญ่)

ราคา: 50,000-500,000 บาท Agency ขนาดใหญ่มีทีมงานครบ (Designer, Developer, Project Manager, QA) จึงส่งมอบงานที่มีคุณภาพสูงและมีกระบวนการชัดเจน แต่ราคาแพงมากเพราะต้องแบกค่า Overhead ของพนักงาน:

  • ราคาแพงที่สุด — ค่า Overhead สูง (ออฟฟิศ, ทีมงาน 5-10 คน, เครื่องมือ) ต้องบวกเข้าไปในราคา
  • คุยกับ Account Manager ไม่ใช่ Developer โดยตรง — สื่อสารผิดพลาดง่าย ข้อมูลหายระหว่างทาง
  • ระยะเวลานาน — 2-6 เดือน เพราะกระบวนการเยอะ (Proposal, Wireframe, Design, Development, QA, UAT)
  • ค่า Maintenance แพง — 5,000-20,000 บาท/เดือน สำหรับการดูแลหลัง Launch

💡เหมาะกับ: ธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีงบเกิน 100,000 บาท และต้องการงานระดับ Enterprise

ทางเลือกที่ 4: ใช้ Platform สำเร็จรูป (Shopify / ReadyPlanet / LnwShop)

ราคา: 5,000-15,000 บาท/ปี + ค่า Commission เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่อยากเริ่มขายของเร็วๆ โดยไม่ต้องทำเว็บเอง Platform จะจัดการระบบตะกร้าสินค้า ชำระเงิน และจัดส่งให้ แต่มีข้อจำกัดสำคัญ:

  • ค่ารายเดือน/รายปี — ไม่ได้จ่ายครั้งเดียวจบ ต้องจ่ายทุกเดือน ถ้าหยุดจ่ายเว็บหายทันที
  • ค่า Commission ต่อ Transaction — Shopify คิด 0.5-2% ต่อ Transaction ยิ่งขายเยอะ ยิ่งจ่ายเยอะ
  • Customize ได้จำกัด — เปลี่ยน Template ได้ แต่ถ้าอยากเพิ่มฟีเจอร์นอกเหนือจากที่มีให้ ต้องจ้าง Developer เพิ่ม
  • SEO ไม่ดีเท่า Custom — URL Structure และ Page Speed ถูกกำหนดโดย Platform ไม่สามารถ Optimize ได้เต็มที่
  • ย้ายข้อมูลยาก — ถ้าวันหนึ่งอยากย้ายไประบบอื่น ข้อมูลสินค้าและลูกค้าอาจย้ายไม่ได้ 100%

ทางเลือกที่ 5: จ้าง Developer / Studio (CherCode)

ราคา: 3,900-75,000 บาท Developer Studio เป็นรูปแบบที่อยู่ระหว่าง Freelancer กับ Agency — ได้ คุยตรงกับ Developer ผู้ทำงานจริง ไม่ต้องผ่าน Account Manager แต่ยังมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ เหมือน Agency ข้อดีหลักของรูปแบบนี้:

  • คุยตรงกับ Developer — ไม่มี Middleman ลดปัญหาสื่อสารผิดพลาด
  • เทคโนโลยีทันสมัย (Next.js) — Performance Score 90+ บน Google PageSpeed ดีกว่า WordPress 3-5 เท่า
  • ราคาสมเหตุสมผล — ไม่มีค่า Overhead ของออฟฟิศและทีมขนาดใหญ่
  • SEO-Ready ตั้งแต่วันแรก — Schema Markup, Meta Tags, Sitemap, Server-Side Rendering ครบ
  • Support หลัง Launch 1-3 เดือนฟรี — ไม่ทิ้งลูกค้าหลังส่งงาน
  • Source Code เป็นของคุณ 100% — ไม่ผูกมัดกับผู้ให้บริการ ย้ายที่ไหนก็ได้

📋CherCode ให้บริการในรูปแบบ Developer Studio — คุยตรงกับ Cher ผู้พัฒนาเอง ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท [ดูแพ็กเกจทั้งหมด](/website)

ทำไมราคาทำเว็บไซต์ถึงต่างกันมาก?

เจ้าของธุรกิจหลายคนสงสัยว่าทำไมราคาทำเว็บไซต์ถึงต่างกันตั้งแต่ 0 บาท ไปจนถึง 500,000 บาท เหตุผลหลักมี 5 ข้อ:

  1. 1.จำนวนหน้า — Landing Page หน้าเดียวกับเว็บ 20 หน้า แน่นอนว่าราคาต่างกันมาก ทุกหน้าต้องออกแบบ เขียนเนื้อหา และ Code แยก ดังนั้นยิ่งหน้าเยอะ ยิ่งแพง
  2. 2.ฟีเจอร์พิเศษ — ระบบนัดหมายออนไลน์ (เว็บคลินิก), ตะกร้าสินค้า (E-commerce), AI Chatbot, ระบบสมาชิก แต่ละฟีเจอร์เพิ่มเวลาพัฒนา 1-3 สัปดาห์ และเพิ่มงบ 5,000-30,000 บาท
  3. 3.เทคโนโลยีที่ใช้ — WordPress Template มีต้นทุนต่ำเพราะใช้ Plugin สำเร็จรูป แต่ Custom Next.js ต้อง Code ทุกอย่างเอง แลกกับ Performance ที่ดีกว่า 3-5 เท่า อ่านเปรียบเทียบละเอียด: Next.js vs WordPress
  4. 4.โครงสร้าง SEO — เว็บที่ทำ SEO จริงจังต้องมี Schema Markup, Sitemap, Meta Tags, Alt Text, Internal Links, คะแนน Core Web Vitals สูง ซึ่งต้องใช้เวลาและความเชี่ยวชาญเพิ่ม
  5. 5.Support หลัง Launch — บริษัทที่ให้ Support 1 ปีหลัง Launch ย่อมคิดราคาแพงกว่าบริษัทที่ส่งงานเสร็จก็จบ แต่ในระยะยาวอาจคุ้มกว่าเพราะไม่ต้องจ้างคนมาแก้ปัญหาทีหลัง

วิธีเลือกที่เหมาะกับธุรกิจคุณ (Decision Guide)

ไม่มีคำตอบที่ถูกสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับ งบประมาณ และ เป้าหมายทางธุรกิจ ของคุณ ลองใช้ Decision Guide นี้:

งบประมาณทางเลือกที่แนะนำได้อะไร
ต่ำกว่า 5,000 บาททำเอง (Wix/Google Sites) หรือ CherCode LiteLanding Page หน้าเดียว, Design เรียบง่าย, ไม่มีฟีเจอร์พิเศษ
5,000-20,000 บาทCherCode Starterเว็บ 3-7 หน้า, Responsive Design, SEO พื้นฐาน, Contact Form, Google Analytics
20,000-50,000 บาทCherCode Businessเว็บ 7-15 หน้า, Custom Design, SEO ขั้นสูง, ฟีเจอร์พิเศษ (นัดหมาย/ตะกร้าสินค้า), Multi-language
50,000 บาทขึ้นไปCherCode Enterprise หรือ AgencyWeb Application, ระบบ Backend ซับซ้อน, API Integration, Admin Dashboard, AI Features

💡ไม่แน่ใจว่าควรเลือกแบบไหน? [ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย](/contact) — บอกงบและเป้าหมาย แล้ว Cher จะแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะที่สุด

Hidden Costs ค่าใช้จ่ายแฝงที่มักลืม

นอกจากค่าพัฒนาเว็บไซต์ครั้งแรก ยังมี ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายต่อเนื่องทุกปี ที่เจ้าของธุรกิจหลายคนลืมนึกถึง จนงบบานปลาย ก่อนตัดสินใจจ้างทำเว็บ ให้ถามผู้ให้บริการเรื่องเหล่านี้เสมอ:

  • ค่าต่ออายุ Domain — 400-1,500 บาท/ปี ถ้าลืมต่อ Domain อาจถูกคนอื่นซื้อไปได้
  • ค่า Hosting/Server — 0-5,000 บาท/เดือน Next.js บน Vercel ฟรีสำหรับเว็บขนาดเล็ก แต่ WordPress ต้องเช่า Server เสมอ
  • ค่า SSL Certificate — ฟรีถ้าใช้ Let's Encrypt แต่บาง Hosting คิดเงิน 1,000-3,000 บาท/ปี
  • ค่าอัปเดต Plugin (WordPress) — Plugin Premium หลายตัวต้องต่ออายุทุกปี รวม 2,000-10,000 บาท/ปี ถ้าไม่อัปเดต อาจมีช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  • ค่า Security Patches — WordPress ถูก Hack บ่อย ค่ากู้คืนเว็บอยู่ที่ 5,000-30,000 บาทต่อครั้ง Next.js ปลอดภัยกว่ามากเพราะไม่มี Database เปิดเผย
  • ค่าอัปเดตเนื้อหา — ถ้าเว็บไม่มีระบบ CMS ที่ใช้ง่าย ทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนข้อความหรือรูป ต้องจ้าง Developer ครั้งละ 500-3,000 บาท
  • ค่า Email Hosting — @yourdomain.com ราคา 500-2,000 บาท/ปี ผ่าน Google Workspace หรือ Zoho Mail

⚠️WordPress ที่ราคาถูกตอนแรก อาจกลายเป็นแพงกว่าในระยะยาวเมื่อรวมค่า Plugin, Hosting, Security และ Maintenance คิดค่าใช้จ่าย 3 ปีรวม เสมอก่อนตัดสินใจ

CherCode ราคาเริ่มต้น 3,900 บาท — ได้อะไรบ้าง?

CherCode ตั้งราคาให้ เข้าถึงได้ง่าย สำหรับ SME และธุรกิจขนาดเล็กในไทย โดยไม่ลดคุณภาพ ทุกเว็บไซต์สร้างด้วย Next.js เทคโนโลยีเดียวกับที่ Netflix, TikTok และ Nike ใช้งาน สิ่งที่ได้รับในทุกแพ็กเกจ:

  • เว็บ Next.js Performance Score 90+ บน Google PageSpeed — โหลดเร็วกว่า WordPress 3-5 เท่า
  • Responsive Design — แสดงผลสวยบนมือถือ, แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
  • SEO-Ready ตั้งแต่วันแรก — Meta Tags, Schema Markup, Sitemap, Robots.txt, Alt Text ครบ
  • SSL Certificate ฟรี — https:// ปลอดภัย ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • Hosting ฟรี — Deploy บน Vercel ไม่มีค่า Server รายเดือน
  • Support หลัง Launch 1-3 เดือนฟรี — แก้ Bug, ปรับเนื้อหา, ตอบคำถาม
  • Source Code เป็นของคุณ 100% — ไม่ผูกมัด ย้ายที่ไหนก็ได้
  • ราคาโปร่งใส — บอกราคาชัดเจน ไม่มี Hidden Cost ไม่มีค่า Commission

💡ดูแพ็กเกจและราคาทั้งหมดได้ที่ [หน้าบริการเว็บไซต์](/website) หรือดูเว็บเฉพาะทางสำหรับ ร้านอาหาร, คลินิก, อสังหาริมทรัพย์ และ E-commerce

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทำเว็บไซต์

รวมคำถามยอดนิยมที่ลูกค้ามักถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์:

คำถามที่พบบ่อย

ทำเว็บไซต์ราคาถูกที่สุดเท่าไหร่?

ทำเว็บไซต์ราคาถูกที่สุดคือทำเองด้วย Wix หรือ Google Sites ซึ่งฟรี แต่มีข้อจำกัดเรื่อง SEO และ Performance มาก ถ้าจ้างทำ ราคาถูกที่สุดเริ่มต้นที่ 1,500 บาท (Freelancer) หรือ 3,900 บาท (CherCode ที่ใช้ Next.js คุณภาพสูง) ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าและฟีเจอร์ที่ต้องการ

ทำเว็บ WordPress กับ Next.js อันไหนคุ้มกว่า?

ในระยะสั้น WordPress ถูกกว่า แต่ในระยะยาว (3 ปี) Next.js มักคุ้มกว่าเมื่อรวมค่า Plugin, Hosting, Security Patches และ Maintenance WordPress ต้องจ่ายค่า Server 500-3,000 บาท/เดือน + ค่า Plugin 2,000-10,000 บาท/ปี ขณะที่ Next.js Host บน Vercel ได้ฟรีและแทบไม่ต้องดูแล

ค่าดูแลเว็บไซต์รายปีเท่าไหร่?

ค่าดูแลเว็บไซต์รายปีขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี WordPress ค่าดูแล 5,000-20,000 บาท/ปี (รวม Hosting, Plugin Updates, Security) ส่วน Next.js ค่าดูแลต่ำกว่ามาก 0-5,000 บาท/ปี เพราะไม่มี Plugin ที่ต้องอัปเดตและ Host ฟรีบน Vercel บวกค่า Domain 400-1,500 บาท/ปี

ทำเว็บ E-commerce ควรใช้ Shopify หรือทำ Custom?

Shopify เหมาะกับร้านที่อยากเริ่มขายเร็วและมีสินค้าไม่เกิน 100 รายการ ค่าใช้จ่าย 1,000-3,000 บาท/เดือน + Commission 0.5-2% ต่อ Transaction ถ้ายอดขายเกิน 100,000 บาท/เดือน ค่า Commission อย่างเดียวก็ 500-2,000 บาท/เดือนแล้ว Custom E-commerce จาก CherCode เริ่มต้น 6,500 บาท จ่ายครั้งเดียว ไม่มี Commission คุ้มกว่าในระยะยาว

CherCode ต่างจาก Freelancer อย่างไร?

CherCode ต่างจาก Freelancer ทั่วไปใน 4 เรื่อง: (1) ใช้ Next.js ไม่ใช่ WordPress Template — Performance ดีกว่า 3-5 เท่า (2) มี Support หลัง Launch 1-3 เดือนฟรี — ไม่ทิ้งลูกค้าหลังส่งงาน (3) Source Code เป็นของลูกค้า 100% — ไม่ผูกมัด (4) ราคาโปร่งใส — บอกราคาชัดเจนตั้งแต่แรก ไม่มี Hidden Cost

แชร์:

Cher — CherCode

Full-Stack Developer & Founder

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์กว่า 5 ปีด้าน Web Development, AI Integration และ Automation เชี่ยวชาญ Next.js, React, n8n และ LLM Integration ผู้ก่อตั้ง CherCode ให้บริการพัฒนาระบบสำหรับธุรกิจไทย

บริการที่เกี่ยวข้อง

ดูแพ็กเกจเว็บไซต์

ดูรายละเอียด